เรียนไม่เก่งอย่าเพิ่งท้อ แค่ทำไม่ถูกวิธีเท่านั้น

Don't get discouraged just yet if you aren't doing well in your studies.
May 10, 2026

หลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเองเรียนไม่เก่งและขาดโอกาสอะไรหลาย ๆ อย่างไป จนบางครั้งรู้สึกท้อแท้และไม่อยากเรียนรู้ไปเสียดื้อ ๆ บอกเลยว่าแก้ได้เพราะการเรียนไม่เก่งเป็นเพียงแค่สถานการณ์ชั่วคราว หรืออาจเป็นเพราะกำลังทำไม่ถูกวิธีเท่านั้น 

สาเหตุที่ทำให้เรียนไม่เก่ง

เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเรียนไม่เก่ง ไปดูกันว่าพฤติกรรมทำให้เกิดผลกระทบดังกล่าวมีอะไรบ้าง

1. ไม่ชอบแบ่งปันความรู้กับคนอื่น

อาจเกิดจากนิสัยส่วนตัว ขี้เกียจสอน กลัวเพื่อนเก่งกว่า หรืออาจเป็นเหตุผลอื่น ๆ แต่ผลลัพธ์เป็นไปได้ทางเดียวกัน คือ ทำให้ไม่มีการทบทวนความรู้เดิม จนเป็นเหตุผลให้เรียนไม่เก่งตามมา

2. ไม่ทำรายงานด้วยตัวเอง

เมื่อคุณครูสั่งให้ทำรายงานจะมีคนบางกลุ่มไม่รับผิดชอบงานใด ๆ และปล่อยให้เพื่อนหรือคนอื่น ๆ ในทีมรับผิดชอบงานทั้งหมด ทำให้ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว การเรียนไม่เก่งจึงไม่ใช่เรื่องแปลก 

3. เน้นอ่านหนังสือเฉพาะช่วงใกล้สอบ

อ่านหนังสือช่วงใกล้สอบถามว่าช่วยสอบผ่านได้ไหม แน่นอนว่าทำได้แต่เรียนรู้ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อเวลาผ่านไปจะเริ่มหลงลืม และขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง 

4. ลอกการบ้านเพื่อน

แม้บางครั้งการบ้านจะเปรียบเสมือนหายนะที่หลายคนไม่อยากได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาทักษะและทบทวนบทเรียน แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากเลือกไม่ทำการบ้านด้วยตัวเองและลอกเพื่อน แน่นอนว่าคุณจะไม่มีวันรู้หรือเข้าใจบทเรียนนั้น ๆ เลย

ทำอย่างไรให้เรียนเก่ง

สิ่งแรกที่ต้องทำหากอยากเรียนให้เก่ง คือ เรื่องแก้จากนิสัยหรือสาเหตุที่ทำให้เรียนไม่เก่งตามคำแนะนำข้างต้นตั้งแต่การเลิกลอกการบ้านเพื่อน การขยันอ่านหนังสือ ทำรายงานด้วยตนเอง ไปจนถึงการแบ่งปันความรู้ เพื่อทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้มา จากนั้นค่อยมองหาเทคนิคการเรียนเก่ง ๆ เพิ่มเติม 

เทคนิคการเรียนให้เก่ง

สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  • ตั้งใจเรียนตอนที่คุณครูสอน วิธีที่ง่ายที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ ตั้งใจและทำความเข้าใจเนื้อหาหรือบทเรียนที่คุณครูสอนให้ได้มากที่สุด 
  • พยายามทบทวนเนื้อหาบ่อย ๆ โดยอาจเลือกช่วงเวลาที่ตนเองว่างหรือมีการจัดสรรเวลาไว้สำหรับการทบทวนเนื้อหาโดยเฉพาะ แต่การทบทวนเนื้อหาไม่จำเป็นต้องเป็นการอ่านอย่างเดียว สามารถเลือกเป็นการฟังเสียง ดูคลิปวิดีโอ หรือแม้กระทั่งการจินตนาการ
  • ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ให้ชัดเจน เมื่อมีเป้าหมายชัดเจนว่าเรียนรู้ไปเพื่ออะไร ทุกข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องจะถูกเซฟเข้าสู่สมอง ตามมาด้วยการเรียนรู้และทำความเข้าใจแบบอัตโนมัติ

สรุปได้ว่าการเรียนไม่เก่งเป็นเพียงแค่สถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับการตระหนักรู้ หากเรารับรู้ว่าตนเองเรียนไม่เก่งและอยากแก้ไข แน่นอนว่ายังไงก็แก้ได้

Tags: