ทักษะการอ่าน เป็นทักษะเบื้องต้นที่ทุกคนควรได้ฝึกฝนมาตั้งแต่เริ่มเรียนรู้ เพราะการอ่านนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจ การตีความ และการคิดวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ
การอ่านสามารถฝึกได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อให้เกิดทักษะ มีประสิทธิภาพในการอ่านและมีนิสัยรักการอ่านการอ่านมีหลายระดับคือ อ่านออกหรืออ่านได้เป็นการอ่านที่ผสมสระพยัญชนะได้ แต่อาจไม่ถูกต้องนัก เข้าใจเฉพาะเรื่องง่ายๆ เท่านั้น และการอ่านเป็นคือ อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการอ่านในระดับสูงขึ้นไป สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจเนื้อเรื่องย่อหรือสรุปได้ สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในการศึกษาเล่าเรียน การประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิตประจำวันได้ จะเรียกว่าการอ่านหนังสือแตกก็ได้เหมือนกัน
ประเภทของการอ่าน
การอ่านมี 2 ประเภท ได้แก่
- การอ่านในใจ
จะมีประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าและใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งจำเป็นจะต้องอ่านให้รวดเร็วเพื่อให้สามารถอ่านสื่อต่าง ๆ ได้จำนวนมาก ผู้ที่มีสมาธิดี จะมีทักษะในการอ่านในใจได้เร็ว และทำความเข้าใจกับข้อมูลได้แม้ไม่ได้ออกเสียงออกมา
- การอ่านออกเสียง
คือการอ่านโดยต้องเปล่งเสียงออกไปให้คนทั่วไปได้รับฟังและใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพที่ต้องใช้เสียงอ่านสื่อต่าง ๆ เช่น พิธีกร โฆษก นักจัดรายการวิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ ดังนั้น การอ่านออกเสียงจึงมีความจำเป็นที่จะต้องออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจนตามอักขรวิธี เว้นวรรคให้ถูกต้อง และออกเสียงควบกล้ำให้ถูกต้องเช่นเดียวกัน
ประโยชน์ของการอ่าน
- ช่วยให้ผ่อนคลาย
การอ่านหนังสือเป็นเล่ม ๆ เป็นทางเลือกที่ดีนอกเหนือจากการอ่านบทความต่าง ๆ ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน จากการศึกษาพบว่าการใช้สมาร์ทโฟนยามค่ำคืนทำให้หลับยากขึ้น และนำไปสู่คุณภาพการหลับที่ลดลง ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการอ่านหนังสือสามารถทำให้ผ่อนคลาย และหลับสบายมากขึ้น
- พัฒนาสมอง
ผลการศึกษาในปี 2013 พบว่าเมื่อคนเราอ่านเนื้อหาที่มีเรื่องราวและการเล่าที่เข้มข้น สมองจะทำงานต่างไปจากเดิมนานหลายชั่วโมง ผลการศึกษาสรุปว่าการอ่าน สามารถกลายเป็นการฝึกฝนจิตใจ และเป็นการเพิ่มฟังก์ชั่นประสาทผ่านกระบวนการที่คล้ายกับความจำของกล้ามเนื้อ
รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมหาเวลาว่างมาอ่านหนังสือกันสักหน่อย เพราะการอ่านนั้นมีแต่ข้อดี อาจจะเริ่มจากการเลือกเนื้อหาที่เบาสมองก่อน แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มระดับความจริงจังของเนื้อหามากขึ้นก็ได้
Tags: ความสำคัญของการอ่าน